Events

การแข่งขัน Keysight Innovation Challenge

10/04/2019

Keysight IoT Innovation Challenge 2019
 
1.สมัครแข่งขันได้เมื่อไร และ ส่งผลงานได้ถึงวันไหน และ สมัครได้ที่ไหน
เข้าสมัครแข่งขันและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน จนถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 และ เข้าไปสมัคร online ได้ที่ website : https://www.iotchallengekeysight.com/

2.ช่วงเวลาตัดสินการแข่งขันรอบแรกและรอบชิงชนะเลิศ
การตัดสินรอบแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ประกาศผลรอบแรกในวันที่ 26 มิถุนายน และ รอบชิงชนะเลิศตั้งแต่ วันที่ 27 มิถุนายน ถึง 21 กันยายน 2562

3.โจทย์ของการแข่งขันคืออะไร
สำหรับโจทย์การแข่งขันในปีนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 หัวข้อคือ “Smart Land” และ “Smart Water” โดยให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันเลือกหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง โดยออกแบบระบบเครือค่ายตรวจจับ ( Network Sensor Strategy) โดยต้องคอบคลุมพื้นที่เมืองในรัศมี 1 ตารางกิโลเมตร เพื่อตรวจจับและรายงานคุณภาพเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

4.หัวข้อ  “Smart Land” และ “Smart Water” ต่างกันอย่างไร และ ควรเลือกอะไร
สำหรับหัวข้อ “Smart Land” จะเป็นการสร้างเซ็นเซอร์ตรวจจับใน 4 หัวข้อนี้คือ คุณภาพของอากาศ, น้ำ , บริการด้านข้อมูลดิจิตอล และ เสียง ผู้ออกแบบไม่จำเป็นต้องเลือกทั้งหมด สามารถเลือกออกแบบเพียงชนิดเดียวก็ได้ แต่หากออกแบบทั้งหมดย่อยเพิ่มมีโอกาสที่จะผ่านรอบต่อไปได้มากขึ้น
สำหรับหัวข้อ “Smart Water” จะเป็นการสร้างเซ็นเซอร์ตรวจจับค่าต่าง ๆเช่น ความเป็นกรดเป็นด่าง อุณหภูมิ การนำไฟฟ้า การเจือปนของธาตุหนัก สำหรับหัวข้อนี้ต้องออกแบบระบบตรวจจับให้สามารถตรวจจับได้ทั้งหมดไม่ สามารถเลือกหัวข้อได้เหมือน “Smart Land”
 ควรเลือกลงหัวข้อไหนขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละกลุ่มผู้แข่งขันเพราะเกรณ์ในการตัดสินทั้ง 2 หัวข้อใช้เกณฑ์ในการตัดสินเดียวกัน

5.การส่งผลงานแข่งขันต้องทำอย่างไรบ้าง
สำหรับรอบแรก ไม่จะเป็นต้องสร้างผลงานจำลองขึ้นมา เพียงแต่เขียนการทำงานให้อยู่ในรูปแบบของบทคัดย่อทางเทคนิคประมาณ 850 คำ (เกินได้ 15 คำ มากกว่านั้นอาจมีการปรับตก) นอกจากนี้ต้องส่งภาพประกอบการใช้งานอย่างน้อย 1 รูป และ สูงสุด 3 รูปในรูปแบบของ GIF , JPEG และ PNG เท่านั้น รวมถึง คลิปที่มีความยาวอย่างน้อย 2 นาทีโดยต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้ 1) แนวคิดการออกแบบของคุณคืออะไร? 2)แนวคิดของคุณมีการทำงานอย่างไร? 3) ความคิดของคุณจะทำให้ชีวิตคนทั่วโลกมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร? 4) ทำไมความคิดของคุณจึงควรชนะ?
สำหรับรองชิงชนะเลิศ คุณจะต้องแสดงผลงานการออกแบบของคุณในพื้นที่เขตเมืองขนาดหนึ่งเฮกตอร์ (10,000 ตารางเมตร) เป็นเวลา 1 เดือน โดยต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ซึ่งรวมถึง ต้นแบบการทำงาน ภาพเคลื่อนไหวในระบบคอมพิวเตอร์ แบบจำลองขนาดตัวอย่างหรือรายการอื่น ๆ สำหรับคณะกรรมการตัดสิน โดย การสาธิตจะเกิดต่อหน้าผู้ชมสดและคณะกรรมการตัดสินที่ Marker Faire ในวันที่  21 กันยายน 2562 ที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

6.มีเกณฑ์ตัดสินผู้ชนะอย่างไร
สำหรับรอบแรกทั้ง 2 หัวข้อใช้เกณฑ์ตัดสินเดียวกัน โดยมีการแบ่งคะแนนออกเป็น  4 หัวข้อใหญ่ๆ คือ
1) นวัตกรรม [35%] จุดเด่นของการออกแบบคืออะไร? การออกแบบแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญเหนือสถานะในปัจจุบันหรือไม่?
2) ความสามารถในการผลิต [35%] จะนำไปปฎิบัติได้ง่ายขนาดไหน? มันสามารถผลิต และ ผลิตได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่?
3) ผลลัพธ์ [20%] การออกแบบมีความชัดเจนและมีนียสำคัญเพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลกหรือไม่? มันปรับปรุงชีวิตพวกเขาได้อย่างไร?
 และ 4) คะแนน 10% สุดท้ายนี้จะถูกกำหนดโดย 'People’s Choice' – โหวตกี่ครั้งในแต่ละผลงานจะได้รับทางออนไลน์

สำหรับรอบชิงคุณจะต้องทำการสาธิต (ไม่เกิน 5 นาที) การตอบคำถาม(Q&A)กับผู้ตัดสิน (ประมาณ 5 นาที) และอธิบายหลักการทำงาน (ไม่เกิน 10 นาที) โดยครอบคลุมประเด็ดที่เน้นในเกรณการตัดสินดังนี้ ความเฉลียวฉลาดของเซ็นเซอร์ (20%) / คุณภาพการตรวจวัด (20%) / ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต & ความสามารถในการผลิต & ความทดทานต่อการใช้งาน (20%) / การวิเคราะห์ข้อมูล(20%) และ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ต้องใช้ได้อย่างน้อย 1 ปี(20%)

7.ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องมีคุณสมบัติอย่างไรถึงจะเข้าร่วมได้
เปิดรับสมัครให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ณ เวลาส่งผลงานซึ่งต้องเป็นผู้ที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมายและตั้งอยู่ในประเทศไทย (หรือประเทศอื่น ๆ ตามรายละเอียดบน website )  ผู้สมัครจะต้องลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชน หรือ มหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองในประเทศของผู้สมัคร  

8.สำหรับประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มการแข่งขันใด
ประเทศไทยจัดอยู่ในโซน เอเชีย และ โอเซียเนีย ซึ่งจะประกอบด้วยประเทศที่ร่วมการแข่งขันทั้งหมด 9 ประเทศคือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัด สิงค์โปร มาเลเชีย และ ไทย

9.สมัครแข่งขันแบบคนเดียวหรือเป็นทีม
สามารถสมัครแข่งได้ทั้งแบบคนเดียวหรือเป็นทีมก็ได้ โดยหนึ่งทีมจะมีผู้ร่วมแข่งขันได้ทั้งหมด 6 คน หมายเหตุในกรณีที่ทีมผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศ ทางผู้จัดการแข่งขันจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแสดงผลงานรอบสุดท้ายเพียงแค่ทีมละ 2 คนเท่านั้น
 
10.รางวัลสำหรับผู้ชนะคืออะไร
มีรางวัล 3 รางวัล คือ
รางวัล Grand Prize : สำหรับผู้ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับ เงินรางวัล 50,000 USD และ สถานศึกษาจะได้รับเงินรางวัลสำหรับการเลือกซื้ออุปกรณ์ยี่ห้อ Keysight อีก 50,000 USD
รางวัล First Place Winner: จะมีด้วยกัน 2  รางวัล โดยแบ่งตามหัวข้อคือ ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดในหัวข้อ “Smart Land” และ “Smart Water”  โดยจะได้รับเงินรางวัล 25,000 USD และ สถานศึกษาจะได้รับเงินรางวัลสำหรับการเลือกซื้ออุปกรณ์ยี่ห้อ Keysight อีก 25,000 USD
สำหรับทีมที่ชนะเลิศจะได้รับการแจ้งกลับทางจดหมาย E-mail หรือ โทรศัพท์ หากผู้ชนะไม่ติดต่อกลับภายใน 14 วันนับตั้งแต่วันที่ทางผู้จัดการแข่งขันได้ทำการติดต่อไป จะถือว่าสละสิทธิ์และทางผู้จัดการแข่งขันจะหาผู้ชนะรายใหม่ขึ้นมาแทน
 
11.ในรอบแรกสำหรับ People’s Choice มีการโหวดอย่างไร ใครโหวดได้บ้าง
สำหรับคะแนนการโหวดเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ร่วมแข่งขัน และ ผู้ที่ไม่ได้ร่วมแข่งขันมีโอกาสในการโหวดผลงานที่ชอบ สำหรับผู้แข่งขันจะได้รับสิทธิ์ในการโหวดตั้งแต่ลงทะเบียนสมัคร สำหรับบุคคลภายนอกต้องลงทะเบียนกับทาง Keysight ก่อนซึ่งต้องใส่ข้อมูลเพียงแค่ E-Mail สำหรับการโหวดนั้น หนึ่งคนจะสามารถให้ทีมนั้น ๆได้เพียงแค่คะแนนเดียว แต่มีสิทธิ์โหวดให้ได้หมายทีม ผู้เข้าร่วมแข่งขันสามารถส่งและแชร์ผลงานของตัวเองผ่านสื่อโซเชียล เพื่อโปรโมทผลงานของตนเองได้
 
12.กฎและข้อควรระวัง
  • ในการนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบรูปภาพ หรือ คลิป ไม่สามารถใส่โลโก้หรือสินค้าของแบรนด์อื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดได้
  • ไม่สามารถนำความคิด หรือ สินค้าที่มีอยู่จริงในท้องตลาดมานำเสนอเป็นผลงานของตน
  • ห้ามคัดลอกหรือเลียนแบบความคิดของผู้แข่งขันกลุ่มอื่น ๆ
  • ลิขสิทธิ์ทางความคิดจะเป็นของกลุ่มผู้เข้าร่วมแข่งขัน ทางผู้จัดการแข่งขันไม่มีสิทธิในลิขสิทธิ์นี้
  • สำหรับรูปภาพที่นำเสนอต้องส่งในรูปแบบที่กำหนดเท่านั้น ไม่สามารถส่งเป็น Word , Excel หรือ Power Point ได้

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.iotchallengekeysight.com/rules